บทความ

ชะตาชีวิตยอดมวยหญิงที่ถูกกำหนดของ “แอมเบอร์ คิตเชน”

5 ก.ย. 2019

“AK 47” แอมเบอร์ คิตเชน พร้อมโชว์ความสามารถในศิลปะการต่อสู้ชั้นยอดที่ไหลผ่านสายเลือด กับการเปิดตัวครั้งแรกในศึกวัน แชมเปียนชิพ วันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ 

นักมวยสาววัย 20 ปี จากค่าย Touchgloves Gym จะก้าวสู่เวทีระดับโลกเป็นครั้งแรกในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยจะพบกับ “วิกตอเรีย ลิเพียนสกา” นักสู้สาวชาวสโลวาเกีย วัย 22 ปี ในการแข่งขันมวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 

คิตเชน เดินทางทั่วโลกเพื่อค้นหาคู่ต่อสู้ที่แกร่งที่สุด จนกระทั่งเดินทางมาถึง “บ้านแห่งศิลปะการต่อสู้” แห่งนี้ สถานที่ซึ่งเธอจะได้อยู่ท่ามกลางยอดนักสู้ที่ดีที่สุดของโลก

ก่อนที่เธอจะขึ้นสังเวียนและแสดงให้โลกเห็นถึงความสามารถอันเปี่ยมล้น ดาวรุ่งจากเกาะอังกฤษได้เผยถึงชีวิตที่ถูกวางให้เป็นยอดนักมวยหญิงมากฝีมืออย่างทุกวันนี้

เกิดมาในโลกของมวยไทย

คิตเชน เกิดและเติบโตในเมืองชายฝั่งทะเลเล็กๆ ของเมืองเพนแซนส์ ในคอร์นวอล ประเทศอังกฤษ โดยใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวฝาแฝด “อัลลายา”

แม่ของเธอ “จูลี คิตเชน” เป็นแชมป์โลกมวยไทยถึง 14 สมัย ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักกีฬาการต่อสู้ที่ได้รับรางวัลมากสุดตลอดกาลของสหราชอาณาจักร ขณะที่ “นาธาน คิตเชน” พ่อของเธอ เป็นเทรนเนอร์ให้กับภรรยา และเจ้าของค่าย Touchgloves Gym

ชีวิตของ “AK 47” จึงคลุกคลีอยู่กับศิลปะการต่อสู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแม่

“ตอนฉันยังเด็กฉันไม่ได้นึกถึง (อาชีพของแม่) มากนัก มันเป็นแค่ชีวิตปกติธรรมดา แต่ตอนนี้มันไม่ธรรมดาแล้ว หลังจากฉันมองย้อนกลับไปและเห็นสิ่งที่เธอทำทั้งหมด ฉันรู้ว่าแม่เก่งมากแค่ไหน”

“ฉันและน้องสาวมักจะอยู่กับพี่เลี้ยงบ่อยๆ เพราะพ่อแม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ฉันจำได้ว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับโทรศัพท์จากพวกเขา ไม่ว่าแม่จะชนะหรือแพ้ก็ตาม ฉันไม่ได้สนใจอะไรเพราะยังเด็กมากๆ”

คู่แฝดทั้งสองคนเริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งพวกเขาทำด้วยความเต็มใจ โดยพ่อแม่อนุญาตให้ทั้งคู่ลองหากีฬาที่ชื่นชอบด้วยตัวเอง แต่การเรียนคือสิ่งสำคัญอันดับแรกของแอมเบอร์

“ฉันลองเล่นกีฬาอื่นๆ ที่โรงเรียน ส่วนใหญ่ก็จะเล่นเซิร์ฟ แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ และก็ได้ลองทำอย่างอื่นดูบ้าง แต่สุดท้ายก็มาจบที่มวยไทย”

“สมัยเรียนมัธยมฉันเป็นคนเงียบๆ และมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ฉันเป็นเด็กเรียนและก็ได้เกรดที่ดีด้วย”

“ฉันจดจ่อกับการบ้านตลอดเวลา และไม่ได้ต่อยมวยไทยมากนัก เพราะมัวแต่โฟกัสกับการสอบวัดระดับการศึกษา” 

ความสำเร็จในวัยเด็ก

แม้ว่าคิตเชนจะทำกิจกรรมอื่นไปด้วย แต่มวยไทยยังเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตและการเติบโตของเธอ

ตั้งแต่เริ่มซ้อมมวย คิตเชน เข้าร่วมการแข่งขันอินเตอร์คลับเป็นครั้งแรกซึ่งตอนนั้นเธออายุเพียง 9 ขวบ เธอคว้าแชมป์เยาวชนของอังกฤษ, แชมป์ยุโรป และแชมป์โลก อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ไม่ได้ทำให้เธออยากทุ่มเทกับมวยไทยอย่างเต็มที่

“ฉันและน้องสาวเดินสายขึ้นชกในหลายรายการทั่วสหราชอาณาจักร และเรายังเป็นตัวแทนประเทศอังกฤษขึ้นชกที่ตุรกีอีกด้วย ไม่มีใครล้มฉันได้ในระดับเยาวชน”

“เราทั้งคู่เติบโตมาในค่ายมวยและซ้อมมวยตลอด แต่ฉันก็ชกบ้างไม่ชกบ้างระหว่างเรียนระดับประถมและมัธยม”

จนกระทั่งอายุ 16 คิตเชตเดินทางมายังประเทศไทย และแม้ว่าจะมาด้วยจุดประสงค์อย่างอื่น แต่เธอก็ตกหลุมรัก “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8” เข้าอย่างจัง ถึงตอนนี้คิตเชนมีความมุ่งมั่นกับอาชีพบนสังเวียนผ้าใบอย่างเต็มเปี่ยม

“ฉันเคยอยากเป็นช่างสักตามร่างกาย เพราะฉันเรียนศิลปะและการออกแบบที่วิทยาลัย และที่มาเมืองไทยตอนนั้นก็เพราะจะมาเรียนการแทททูแบบใช้ไม้ไผ่”

“แต่พอมาถึง และได้ลองซ้อมมวยที่นี่ ฉันคิดว่านี่อาจเป็นสิ่งที่เหมาะกับฉันมากกว่า” 

จุดเปลี่ยนสำคัญ

ความสำเร็จในระดับเยาวชนและนามสกุล “คิตเชน” อันโด่งดัง ทำให้ทุกคนคาดหวังในตัว “AK 47” สูงมาก เมื่อเธอก้าวขึ้นมาชกในระดับที่สูงขึ้น แต่ทว่าอาชีพของเธอเกือบจะจบลงก่อนซะก่อน

ในสหราชอาณาจักร การแข่งขันระดับเยาวชนจะไม่อนุญาตให้ชกศรีษะ และมีกฎใหม่เข้ามาเสริมเพื่อลดความอันตรายลง บวกกับการไม่ได้ซ้อมอย่างจริงๆ จังๆ ทำให้ คิตเชน เจอกับปัญหาหนักเมื่อขึ้นมาชกในก้าวขึ้นมาชกในระดับผู้ใหญ่

“ตอนนั้นฉันแพ้สามไฟต์รวด ก็เลยหยุดชก ยอมรับว่ามันส่งผลกระทบต่อจิตใจ และฉันไม่รู้ว่าฉันยังอยากจะชกมวยไทยอยู่อีกหรือเปล่า”

“ครั้งสุดท้ายที่ฉันแพ้ พ่อบอกกับฉันว่า ‘ลูกต้องเข้ายิมพรุ่งนี้เช้าและซ้อมให้หนัก หรือจะยอมแพ้ไปเลยก็ได้ พ่อจะไม่ยอมเห็นลูกเจ็บตัวอีก’” 

นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต น้องสาวฝาแฝดได้ตัดสินใจเดินเส้นทางอื่นไปแล้ว แต่ คิตเชน ยังไม่อยากยอมแพ้ในมวยไทย เธอจะไม่เลิกจนกว่าจะได้พิสูจน์ว่าเธอแกร่งพอที่จะประสบความสำเร็จ 

“ฉันผิดหวังและวิตกกังวลมาก ฉันแพ้สามนัด และรู้สึกยอมแพ้ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นแล้ว”

“ฉันยังอยากพิสูจน์ตัวเอง ขอแค่ชนะซักไฟต์เท่านั้น ฉันก็มีความสุขแล้ว ฉันแค่อยากประสบความสำเร็จกับอะไรบางอย่าง ดีกว่าเสียเวลาไปกับมันเฉยๆ” 

“แต่แล้วมันก็มีจุดเปลี่ยน ฉันรู้สึกว่าฉันไม่จริงจังและเล่นมากเกินไปเวลาซ้อม ฉันเลยดึงตัวเองขึ้นมาและซ้อมอย่างจริงจัง ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็ชนะทุกไฟต์”

เป้าหมายต่อไป

View this post on Instagram

#greenandgold ???? @enchanted_brides

A post shared by amberkitchen (@amberkitchen) on

นับตั้งแต่นั้น คิตเชน ออกหาความท้าทายด้วยการขึ้นสังเวียนการแข่งขันที่เข้มข้น และคว้าแชมป์โลก WBC มวยไทยของอังกฤษมาครอง หลังจากนั้นเธอเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อหาการแข่งขันที่หินขึ้นกว่าเดิม

“ฉันขึ้นชกกับนักมวยหญิงคนอื่นๆ ร่วม 30 หรือ 40 ไฟต์ และเดินทางไปแข่งตามที่ต่างๆ ห่างไกลจากบ้านในฐานะม้ามืด” 

“ฉันไปอเมริกาและได้ขึ้นชกกับนักมวยเก่งๆ ของที่นั่น ลึกๆ แล้วฉันไม่คิดว่าจะชนะหรอกนะ แต่พอขึ้นสังเวียน ฉันก็เป็นฝ่ายได้รับการชูมือ”

“ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ฉันเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง ฉันฉันสามารถไปได้สวยในวงการนี้หากตั้งใจฝึกฝนและซ้อมให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ผลงานปัจจุบันที่โดดเด่นและสายเลือดนักสู้ ทำให้ คิตเชน ได้โอกาสขึ้นสังเวียนในองค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง วัน แชมเปียนชิพ ที่ๆ เธอจะสร้างชื่อเสียงของตัวเองในระดับสากล

“การเซ็นสัญญากับ ONE เป็นเสมือนความฝันของนักกีฬาทุกคน เพราะมันคือแพลตฟอร์มกีฬาการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดที่คุณจะได้ขึ้นแข่งขัน”

“ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้แล้ว นี่เป็นก้าวสำคัญและยิ่งใหญ่ ฉันจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ และทำผลงานให้ดีในการพบกับนักสู้ที่ดีที่สุดของโลก แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของฉัน คือการคว้าแชมป์โลกของ ONE ให้ได้”

โฮจิมินห์ ซิตี้ | 6 กันยายน | 17.30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | ทีวี: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19