บทความ

ครบรอบ 7 ปี ความรักความผูกพันของ “ครูรงค์” กับการเป็นครูมวยที่ Evolve สิงคโปร์

17 มิ.ย. 2020

เมื่อไม่นานมานี้ “ครูรงค์” เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค เจ้าตำนานมวยไทยที่ก้าวขึ้นบัลลังก์สูงสุดกับการเป็น อดีตแชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวต คนแรกและคนเดียวของประเทศไทยในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ได้ออกมาโพสต์ภาพถ่ายคู่กับบิ๊กบอสใหญ่ของ วัน แชมเปียนชิพ “นายชาตรี ศิษย์ยอดธง” ซึ่งเป็นเจ้าของยิม Evolve MMA ประเทศสิงคโปร์ พร้อมคำขอบคุณที่ได้มอบโอกาสให้เขาได้ทำงาน ณ ยิมแห่งนี้ในฐานะครูมวยไทยจนล่วงเลยมาเป็นเวลา 7 ปี

 

View this post on Instagram

วันนี้ครบ 7 ปี ที่ผมได้มีโอกาศทำงานที่สิงคโป EVOLVE MMA ผมขอขอบคุณ พี่ชาตรี ศิษย์ยอดธง ที่ให้โอกาศผมทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น ขอขอบคุณ พี่เป็ด ศิษย์ยอดธง แสงหิรัญ ลูกบ้านใหญ่ ครูมวยไทย เพื่อนๆร่วมงาน และลูกศิษย์ทุกๆคน EVOLVE เราคือครอบครัวครับ Today I have been working at Evolve for 7 years. Thank you Pi Chatri Sityodtong for give me opportunity to change my life. Thank you Kru Ped Kru Evolve family and all the students !!!#EvolveFightTeam #EvolveMMA #ONEChampionship #ONEFC < > ❤️????????????????

A post shared by Dejdamrong Sor Amnuaysirichok (@dejdamrong_dsa) on

 

ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ เดชดำรงค์ กำลังดูใจคุณพ่อจนเสียชีวิต และเตรียมที่จะกลับไปสู่เส้นทางนักชกคิกบ็อกซิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น ก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อ “แสงหิรัญ ลูกบ้านใหญ่” เพื่อนเก่าร่วมอาชีพชักชวนให้ไปเป็นครูมวยที่ Evolve MMA ด้วยกัน

“ผมใช้เวลาคิดทบทวนไม่นานก็ตอบตกลง เพราะทุกคนรอบข้างต่างก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ พี่เป็ด ศิษย์ยอดธง ก็โทรหาผมทันที บอกว่าถ้าพร้อมก็อยากให้บินมาเลย”

การติดต่อและตัดสินใจใช้เวลาเพียงสามวัน เดชดำรงค์ ก็เท้าแตะพื้นยิม Evolve ในช่วงเย็นของวันที่ 11 มิถุนายน 2557 เขาไม่รอช้ารีบเปลี่ยนชุดและเข้าคลาสร่วมสอนกับเพื่อนครูมวยทันที โดยเริ่มจากการจับเป้าให้กับลูกศิษย์

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 7 ปี กับความเปลี่ยนแปลงที่เติบโตก้าวหน้าสู่ประสบการณ์อันล้ำค่าใหม่ๆ ที่ เดชดำรงค์ ถึงกับบอกว่าไม่อาจประเมินค่าได้กับการตัดสินใจนี้

 

#1 สู่นักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน

 

 

ยังไม่ทันครบขวบปีแรกที่ Evolve เดชดำรงค์ ก็เริ่มสนใจที่จะแลกเปลี่ยนวิชาการต่อสู้ใหม่ๆ กับครูร่วมค่ายที่มีความรู้ต่างสาขาวิชากัน โดยเฉพาะบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) ซึ่งเขาฝึกอยู่ 3-4 เดือน จนฉายแววให้ นายชาตรี เห็นและทาบทามให้เขาลองขึ้นสังเวียนแข่งขัน วัน แชมเปียนชิพ ในที่สุด

“จำได้ว่าไฟต์แรกที่ชนะ ผมดีใจมากครับ BJJ ช่วยต่อยอดทักษะการต่อสู้ ทำให้ผมรู้วิธีรับมือเกมภาคพื้นได้ และตั้งใจจะไปให้สุดกับ MMA ครับ”

 

#2 นั่งบัลลังก์แชมป์โลก

 

 

หลังจากนั้น เดชดำรงค์ ยังคงมุ่งมั่นแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยสถิติสวยหรู 4 ไฟต์ไม่แพ้ใคร ชนะทั้งน็อกและซับมิชชันอย่างละสองครั้ง จนกระทั่งไฟต์ถัดมาเขาได้รับโอกาสในการชิงแชมป์โลก และสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการต่อสู้ของเมืองไทย ด้วยการเป็นแชมป์โลกในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน คนไทยคนแรกและคนเดียวจนถึงปัจจุบัน

“ผมภูมิใจมากครับที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ และทำให้คนไทยหันมาให้ความสนใจการต่อสู้ประเภทนี้มากขึ้นด้วย”

 

#3 ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

 

จากทุกความสำเร็จที่ผ่านมาของ เดชดำรงค์ เป้าหมายที่สำคัญกว่าชื่อเสียงและเกียรติยศ คือการตอบแทนบุญคุณแม่  และดูแลครอบครัวที่มีภรรยาและลูกๆ รวมกันทั้งหมด 5 ชีวิตได้อย่างมีความสุข และมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนชนิดพลิกฝ่ามือ การมาเป็นครูมวยไทยในบ้านหลังที่สองแห่งนี้ ทำให้เขามีรายได้ต่อเดือนเป็นหลักแสนบาท นี่ยังไม่รวมรายได้จากการขึ้นสังเวียนในแต่ละครั้งด้วย

 

#4 เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ

 

 

นักมวยไทยที่ไม่มีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ แต่เมื่อ เดชดำรงค์ ต้องทำงานกับชาวต่างชาติ เขาจำเป็นต้องพัฒนาตัวเอง จากช่วงแรกที่ใช้ภาษากายเป็นหลักในการสื่อสาร ทางยิมได้จัดให้มีการสอนภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับครูใหม่ทุกคนสัปดาห์ละครั้ง โดยเริ่มจากคำศัพท์ง่ายๆ ที่ต้องใช้ประกอบการเรียนการสอน บวกกับการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเป็นอีกหนึ่งทางลัดที่ทำให้เขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วในที่สุด

 

#5 พร้อมที่จะเป็นผู้ให้

 

 

นายชาตรี คือแบบอย่างที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ เดชดำรงค์ รับบทบาทใหม่ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายที่แต่งตัวเรียบง่าย ไม่ถือตัว และเดินสวนกับเขานั้นคือเจ้าของยิม Evolve และซีอีโอของ วัน แชมเปียนชิพ แม้กระทั่งหลังจากที่ได้รู้จักกันจนถึงวันนี้ ความเป็นกันเองของ นายชาตรี ที่มีต่อทีมงานทุกคนก็ยังมีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“คุณชาตรี สอนผมว่า อย่าให้เงินมานำพาชีวิตเรา ถ้ามีเงินแล้วหัวสูงหัวโต สุดท้ายเราจะมองไม่เห็นอะไรเลย สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมตัวครับ”

เมื่อมีแล้ว ต้องรู้จักแบ่งปัน การได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับยิม Evolve และ วัน แชมเปียนชิพ เช่น การสอนมวยฟรีให้กับเด็กพิการ ฯลฯ ยังช่วยให้ เดชดำรงค์ ได้ซึมซับการรู้จักให้และช่วยเหลือบุคคลผู้ด้อยโอกาสด้วย

“เวลากลับบ้านที่ไทย ผมกับครอบครัว และเพื่อนสนิทอีกหลายคนจะชวนกันไปทำบุญ ตัวตั้งตัวตีหลัก คือ ครูข้น สราวุธ ลูกบ้านใหญ่ รายนี้ชอบช่วยเหลือสังคม และมักจะมีกิจกรรมดีๆ มาร่วมแบ่งปันแบ่งบุญกันเสมอครับ” ครูรงค์ กล่าวปิดท้ายถึงการเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นผู้รับมากมายนัก

 

อ่านเพิ่มเติม: