บทความ

ขวัญใจชาวเวียดนาม “เหงียน ตรัน ดุย งัด” เตรียมเปิดตัวประกาศศักดาเจ้าถิ่น

2 ก.ย. 2019

“No.1” เหงียน ตรัน ดุย งัด คือหนึ่งในนักสู้ที่มากพรสวรรค์ที่สุดของเวียดนาม และเขาจะนำบ้านเกิดกรีฑาทัพในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH

วันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ วัน แชมเปียนชิพ เตรียมบุกโฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก และฮีโร่ขวัญใจเจ้าถิ่นจะเป็นหนึ่งในดาวดังที่ยกทัพสู้ศึกในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต กับ “อัซวาน เจ วิล”

ก่อน ดุย งัด จะขึ้นสังเวียนที่ ฝูเถาะ อินดอร์ สเตเดียม ต่อหน้าแฟนๆ ที่บ้านเกิด นักสู้วัย 30 ปีคนนี้จะเปิดใจว่า ศิลปะการต่อสู้นำพาเขามาถึงจุดที่จะได้เป็นดาวเด่นในการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ที่บ้านเกิดได้อย่างไร

เติบโตกับศิลปะการต่อสู้

View this post on Instagram

Việt Nam

A post shared by Nguyễn Trần Duy Nhất (@nguyentranduy_nhat) on

ดุย งัด เกิดที่เมืองแงแจง (Nha Trang) ก่อนย้ายมาโตที่เมืองลำเดา (Lam Dong) กับพี่สาวและน้องชายอีก 2 คน

เขาสืบเชื้อสายของปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ชาวเวียดนามผู้ที่คิดค้นวิชา ตัง แซ ควิน (Tan Gia Quyen) ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันอยู่ในสายเลือด และเขาเริ่มฝึกมันตั้งแต่อายุ 3 ขวบเท่านั้น

มันทำให้เขามีวินัยยิ่งกว่าเด็กวัยเดียวกัน และกลายเป็นความหลงใหลในที่สุด

“ศิลปะการต่อสู้สืบทอดในตระกูลเรามา 4 ชั่วอายุคนแล้วครับ และด้วยเหตุนี้เราจึงเปิดศูนย์ฝึกโดโจ (Dojo) ของเราเอง” หนุ่มวัย 30 ปีอธิบาย

“และด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงมีความรัก และอยากที่จะทุ่มเทชีวิตนี้ให้กับศิลปะการต่อสู้”

ดุย งัด เริ่มลงแข่งขันตอนอายุ 14 ปี และความสำเร็จที่ได้มาอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาเชื่อมั่นว่า ชะตาลิขิตให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้

ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด

View this post on Instagram

61kg…!

A post shared by Nguyễn Trần Duy Nhất (@nguyentranduy_nhat) on

ปี 2007 ดุย งัด ย้ายมาศึกษาต่อที่นครโฮจิมินห์ และทำให้เขารู้จักมวยไทย

แม้มันจะดูแหกคอกจากมรดกครอบครัวอยู่บ้าง แต่พ่อแม่ของเขาก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

“ผมเห็นมวยไทยครั้งแรกจากภาพยนตร์ องค์บาก ที่ โทนี จา แสดงนำครับ”

“ผมรู้สึกว่า มวยไทยมันคล้ายกับที่พ่อแม่ผมใช้ในการต่อสู้ไม่น้อยเลย จึงตัดสินใจเริ่มฝึกตั้งแต่นั้น”

“ครอบครัวของเรามีชีวิตอยู่กับศิลปะการต่อสู้ พวกท่านจึงเข้าใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่”

เจ้าของฉายา “No.1” ยังมีความตั้งใจที่จะฝึก “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด” ด้วยเพราะโอกาสในการแข่งขันระดับสากล ในฐานะสมาชิกของ Ho Chi Minh City Muay Team เขาสามารถคว้าเหรียญเงินในการแข่งขัน เอเชียน อินดอร์ แอนด์ มาร์เชียล อาร์ตส์ เกมส์ 2009 ที่ประเทศไทย

อีกทั้งยังสามารถคว้าเหรียญรางวัลในกีฬาซีเกมส์ปี 2009 และ 2013 รวมถึงแชมป์โลก WMF 5 สมัย ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นลูกรักขวัญใจคอกีฬาต่อสู้ชาวเวียดนามไปโดยปริยาย

บทบาทนักกีฬาและเทรนเนอร์

View this post on Instagram

Winer…!

A post shared by Nguyễn Trần Duy Nhất (@nguyentranduy_nhat) on

ชีวิตบนสังเวียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดุย งัด ยอมรับว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาเจอกับอะไรที่เจ็บปวดไม่น้อย

“การเป็นนักสู้นั้นต้องทำงานหนักมาก”

“บางครั้งผมก็ต้องลดน้ำหนักมากๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะที่บางครั้งก็ต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้น ยังไม่รวมถึงเรื่องอาการบาดเจ็บที่ต้องเจออย่างต่อเนื่องด้วย”

หนึ่งในอาการบาดเจ็บที่หนักที่สุดของเขาเกิดขึ้นในปี 2012 กับอาการข้อศอกแตก ทำให้เขาต้องร้างสังเวียนไประยะหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นักสู้รุ่นฟลายเวตไม่ยอมให้สิ่งใดมาหยุดรั้งเขาได้ แทนที่จะใช้เวลาพักฟื้น แต่เขากลับรับทำหน้าโค้ชให้กับนักกีฬารุ่นใหม่

ดุย งัด มีแรงปรารถนาในการถ่ายทอดวิชาความรู้สู่นักกีฬารุ่นเยาว์ และเขาก็เริ่มคิดถึงอนาคตกับวิชาชีพนี้บ้างแล้ว

“ผมจะผันตัวเป็นเทรนเนอร์ หากร่างกายไม่สามารถขึ้นชกได้แล้ว ผมต้องการค้นหาดาวรุ่งที่มีความสามารถ และปั้นให้พวกเขาเป็นนักสู้ระดับโลกต่อไป”

 

สู่เวทีระดับโลก

View this post on Instagram

Fight…!

A post shared by Nguyễn Trần Duy Nhất (@nguyentranduy_nhat) on

ความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้ ดุย งัด กลายเป็นขวัญใจของชาวเวียดนาม และตอนนี้เขากำลังจะเปิดตัวในเวทีการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบ้านเกิดกับศึกวัน แชมเปียนชิพ

นักสู้วัย 30 ปีหวังว่าการขึ้นสังเวียนกับ อัซวาน จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเผชิญหน้านักสู้พันธุ์แกร่งจากทั่วโลก

“ผมภูมิใจนะที่ได้ขึ้นสู้บนเวทีเดียวกับนักกีฬาระดับโลกมากมาย”

“ผมอยากชกใน วัน แชมเปียนชิพ เพราะที่นี่มีแต่นักสู้มากความสวรรค์ ไอดอลของผมคือ “จอร์จิโอ เปโตรเซียน” และผมอยากจะทดสอบฝีมือกับนักสู้จากทั่วโลก”

“ไม่เพียงเท่านั้น วัน แชมเปียนชิพ ยังดูแลนักกีฬาดีมาก คนที่แข่งในเวทีนี้แทบไม่ต้องกังวลกับอะไรเลย”

แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขากำลังมองไปยังอนาคตอันใกล้ที่จะได้แสดงฝีมือให้เพื่อนร่วมชาติได้เห็น และเปิดประตูให้เพื่อนนักสู้มากมายของประเทศได้ประสบความสำเร็จในเวทีการต่อสู้ระดับโลก

“ไม่ว่าจะไฟต์เล็กหรือใหญ่ ผมจะทำให้ดีที่สุด เมื่อผมได้สู้ในฐานะตัวแทนของเวียดนาม ผมจะนำชัยชนะมาให้คนทั้งชาติได้ชื่นชม”

“ผมหวังว่าทาง ONE จะเปิดโอกาสให้นักสู้ชาวเวียดนามได้สู้ศึกบนเวทีนี้อีกในอนาคต”

โฮจิมินห์ ซิตี้ | 6 กันยายน | 17:30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19