บทความ

“กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย” สู้ความจน สู่แถวหน้าระดับประเทศ

3 ก.ย. 2019

เจ้าของฉายา “ซ้ายอุกกาบาต” กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย จะได้ขึ้นสังเวียนประเดิมไฟต์แรกกับ วัน แชมเปียนชิพ ในวันศุกร์ที่ 6 กันยายนนี้ หลังรอโอกาสมาเนิ่นนาน

ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา ยอดมวยเมืองสุรินทร์ ถือเป็นหนึ่งในนักมวยที่มีสไตล์การชกดุดัน และมีชื่อเสียงระดับต้นๆของประเทศไทย ซึ่งแฟนๆ จะได้ชมลีลาแม่ไม้มวยไทยของเขาในรายการสุดยิ่งใหญ่ กับการฟาดปากกับ “The Panther” โบโบ แซกโก ในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH

ก่อนที่นักชกวัย 20 ปี จะขึ้นสังเวียน ฝูเถาะ อินดอร์ สเตเดียม ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม นี่คือเรื่องราวของ กุหลาบดำ ที่ต้องฝ่าฟันต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากลำบาก จนกลายมาเป็นขวัญใจแฟนมวยอย่างทุกวันนี้

เด็กหนุ่มบ้านนอก

ความสำเร็จ ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่ เดินเร็วเสมอไป แต่มีไว้สำหรับคนที่เดินไม่หยุด นายผมได้กล่าวเอาไว้????????✌✌

Posted by กุหลาบดำ สจ.เปี้ยกอุทัย on Wednesday, December 12, 2018

กุหลาบดำ เกิดและเติบโตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงของประเทศ

ในขณะที่กรุงเทพฯ มีเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรือง มีทางด่วนใช้ และมีระบบขนส่งมวลชนที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ กุหลาบดำ ต้องหาเช้ากินค่ำกับครอบครัวที่อีสาน

พ่อกับแม่ของเขาเป็นชาวนาที่รอพึ่งฟ้าพึ่งฝนในการปลูกและเก็บเกี่ยวข้าว ในบางปีผลผลิตอาจจะพอประคับประคองสมาชิกครอบครัวทั้ง 7 คนได้ แต่บางปีพวกเขาก็โชคไม่ดีนัก

“ตอนผมเด็กๆ เราลำบาก ฐานะทางบ้านยากจนมากครับ”

เนื่องจากไม่มีงานอื่นให้ทำ พ่อแม่ของเขาจึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเลี้ยงดูลูกทั้ง 5 คน อย่างไรก็ตาม กุหลาบดำ ยังมีความทรงจำดีๆในวัยเด็ก

“ผมชอบปั่นจักรยานไปโรงเรียนกับน้องชาย และในเวลาว่างๆ พวกเราชอบไปตกปลาเล่นกัน”

สังเวียนแรกในชีวิต

Posted by โค้ช บ้านนอก เทรนเนอร์ บ้านนอก on Friday, November 9, 2018

กุหลาบดำ เริ่มรู้จักและได้เห็นมวยไทยเป็นครั้งแรกในงานวัดแถวบ้าน

“ผมจำได้ว่า เห็นเด็กในหมู่บ้านขึ้นไปชกมวย พอผมกลับถึงบ้าน ผมบอกพ่อว่าอยากชกมวยบ้าง”

“ผมคิดว่ามันสนุกดี ผมแค่อยากลองดู ทีแรกพ่อก็ไม่ยอมให้ผมต่อย แกเป็นห่วงกลัวผมจะเจ็บตัว แต่ผมดื้อ จนสุดท้ายพ่อก็ยอม”

ความยากจนถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ กุหลาบดำ ต้องเจอเช่นเดียวกับชาวบ้านสุรินทร์ทั่วไป การหาค่ายมวยดีๆ ที่มีอุปกรณ์การซ้อมครบครันในละแวกบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

“พ่อผมมีเพื่อนที่เปิดสอนมวยที่บ้าน และมีเด็กสองสามคนไปซ้อมด้วย เขาไม่ได้เป็นครูมวยหรือเป็นนักมวย แต่เขารักในกีฬามวยไทยมาก”

“เราไม่มีอุปกรณ์อะไรมากนัก แค่กระสอบสองสามใบที่ห้อยกับต้นไม้ ผมซ้อมกับพื้นดินธรรมดา ไม่มีเวทีมวยด้วยซ้ำ”

แม้สถานที่ซ้อมจะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็เพียงพอในการเตรียมพร้อมให้ กุหลาบดำ ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 8 ขวบ ก้าวขึ้นสังเวียนครั้งแรกในชีวิต หลังจากฝึกซ้อมได้เพียงเดือนเดียว

“หลังจากชกเสร็จ ผมรู้สึกแค่ว่ามันสนุกมาก ผมชนะและได้เงินค่าตัว 150 บาท”

อุปสรรคที่มาพร้อมโอกาส

ฝนตกทุกวันเลย ข่อยคิดถึงเมียข่อยเด้บรรยากาศแบบนี้ ซ้อมเสร็จไปอีกวันครับผม????????????????????????

Posted by กุหลาบดำ สจ.เปี้ยกอุทัย on Friday, August 23, 2019

กุหลาบดำ ประสบความสำเร็จในการชกมวยตั้งแต่อายุ 3 ปี ซึ่งทำให้เขาเริ่มคิดถึงการเข้ามาเป็นนักมวยอาชีพ

รายได้จากการชกมวยของ กุหลาบดำ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเขาสามารถใช้เงินนั้นดูแลตัวเองและครอบครัวได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปสักระยะ การที่ต้องเดินทางไปทั่วภาคอีสานเพื่อเดินสายชก 4-5 ครั้งต่อเดือน ทำให้ กุหลาบดำ เริ่มเสียสมาธิและความมุ่งมั่น

“ผมไม่อยากต่อยมวยแล้ว และไม่ค่อยได้ซ้อมด้วย ผมอยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน ตอนนั้นผมแพ้ 5 ไฟต์ติดต่อกัน และเริ่มท้อ”

โชดดีพ่อเข้ามาเป็นกำลังใจในช่วงที่เขาท้อแท้และหมดความมุ่งมั่นในชีวิต ไม่นาน กุหลาบดำ ในวัย 15 ปี ก็ถูกส่งไปซ้อมที่ค่ายของ “สมรักษ์ คำสิงห์” เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกประวัติศาสตร์ชาติไทย ขวัญใจประชาชนทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม โอกาสในการซ้อมกับฮีโร่ชาวไทยไม่ยืนนาน กุหลาบดำ ทนกับวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ไหว

“กรุงเทพเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ตารางการซ้อมก็ดูเยอะเกินไปสำหรับผม มันเป็นโอกาสสำคัญในอาชีพ แต่ผมกลับไม่มีความสุขเลย”

“ผมอยากกลับบ้าน แต่ก็มีคิวชกที่ลุมพินี มันคือความฝันของผมที่จะได้ขึ้นสังเวียนที่นี่ ผมจำได้ว่าผมซ้อมหนักมาก และชนะน็อก ชกเสร็จผมกลับบ้านทันที สมรักษ์ก็โทรตามให้ผมกลับไป แต่ผมบอกว่า ผมอยู่กรุงเทพไม่ได้”

ด้วยความที่ สมรักษ์ มองเห็นศักยภาพในตัว กุหลาบดำ เขาจึงหาตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมให้ โดยแนะนำให้ไปอยู่กับค่าย ส.จ.เปี๊ยกอุทัย ที่จังหวัดอุทัยธานี

ความสำเร็จและเวทีระดับโลก

แชมป์ 140 ปอนด์ คนใหม่ของลุมพินี????????????????????

Posted by กุหลาบดำ ส.จ.เปี๊ยกอุทัย on Saturday, March 23, 2019

การกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมชนบทที่คุ้นเคยทำให้ “ซ้ายอุกกาบาต” รู้สึกถึงความเป็นตัวเอง แต่ความฝันอันยิ่งใหญ่ยังอยู่ในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย ถึงอย่างไรเขาก็ต้องไขว่คว้ามันมาให้ได้

“ผมตั้งเป้าหมายว่าจะต้องไปให้ถึงฝัน ผมอยากชกที่เวทีช่อง 7 มันเป็นความฝันของผม”

ด้วยแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า บวกกับความเพียบพร้อมในค่ายมวย ส.จ.เปี๊ยกอุทัย ทำให้ กุหลาบดำ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด โดยในปี 2016 ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักของคนวงการมวย ด้วยผลงานน็อกเอาต์ติดต่อกันอย่างน่าทึ่งบนเวทีช่อง 7 สีที่เขาฝันใฝ่ ด้วยพลังหมัดซ้ายที่ลือชื่อไปทั่ว

ปีต่อมา กุหลาบดำ ได้รับรางวัลอันสูงส่งของอาชีพนักมวยไทย รางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย หรือที่ชาวมวยเรียกว่า “ยอดมวย” และคว้าเข็มขัดแชมป์สนามมวยเวทีลุมพินีมาครองได้อีกเส้น รวมถึงแชมป์ประเทศไทยด้วย

ปัจจุบัน การหานักมวยที่มีลีลาการชกบู๊ดุดันนั้นแทบนับตัวได้ กุหลาบดำ เป็นหนึ่งในนักชกที่มีความพร้อมสมบูรณ์ สมควรที่จะได้รับโอกาสให้ร่วมสังเวียนระดับโลก วัน แชมเปียนชิพ และกำลังจะได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในศึก ONE: IMMORTAL TRIUMPH ที่เวียดนาม

“ผมดีใจมากที่สุดท้ายแล้วผมจะได้ชกบนเวที วัน แชมเปียนชิพ ผมเฝ้ารอโอกาสนี้มานานมากแล้วครับ”

โฮจิมินห์ ซิตี้ | 6 กันยายน | 17.30 น. | ONE: IMMORTAL TRIUMPH | TV: ตรวจสอบวัน-เวลาออกอากาศจากสถานีโทรทัศน์ในประเทศ | บัตรเข้าชม: http://bit.ly/oneimmortal19